วันพุธ, มกราคม 17, 2018
พืชผัก/สมุนไพร

ข้าวโพดฝักอ่อน วิธีการปลูกการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

48Views

ข้าวโพดฝักอ่อน วิธีการปลูกการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ สวัสดีครับ วันนี้เราจะมานำเสนอเกี่ยวกับ “ข้าวโพดอ่อน” (Baby Corn)เป็นที่นิยมรับประทานอย่างมาก ทำอาหารได้หลากหลายประเภท มันมีวิธีการปลูกการเก็บเกี่ยวอย่างไร

ข้าวโพดฝักอ่อนมีอายุตั้งแต่วันปลูกถึงวันเก็บเกี่ยว45-50 วัน และมีช่วงระยะเวลาเก็บเกี่ยวเพียง7-10วันดังนั้นตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวฝักอ่อนหมดจะใช้เวลา60-70วันเท่านั้น เกษตรกรสามารถปลูกได้ปีละ 4-5 ครั้ง ซึ่งสามารถปลูกเป็นพืชหลักที่ทำรายได้ที่ดีพันธุ์ข้าวโพดฝักอ่อนควรเลือกพันธุ์ข้าวโพดที่ให้ฝักอ่อนขนาดมาตรฐานตามความต้องการของโรงงาแปรรูปขณะเดียวกันพันธุ์นั้นก็ควรให้ผลผลิตสูงทนต่อโรคทนสภาพอากาศและง่ายต่อการจัดการของเกษตรกรผู้ปลูกเช่นพันธุ์ผสมเปิดต่างๆได้แก่

สุวรรณ1,สุวรรณ2,สุวรรณ3,รังสิต1และเชียงใหม่90เป็นต้นมีข้อดีคือมีความต้านทานโรคราน้ำค้างการเจริญเติบโตและปรับตัวดีและเมล็ดพันธุ์มีราคาถูกแต่มีข้อควรระวังคือฝักอ่อนจะโตเร็วควรหมั่นตรวจสอบและทำการเก็บเกี่ยวก่อนที่ฝักอ่อนจะมีขนาดโตเกินมาตรฐานพันธุ์ลูกผสมของทางราชการและบริษัทเอกชนต่างๆพันธุ์ข้าวโพดอ่อนเหล่านี้มีข้อดีคือมีความสม่ำเสมอของทรงต้นและอายุเก็บเกี่ยวตลอดจนจำนวนฝักอ่อนได้มาตรฐานสูงกว่าพันธุ์ผสมเปิดทั้งนี้ต้องมีการดูแลรักษาที่ดีด้วยเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดฝักอ่อนลูกผสมแม้จะมีราคาสูงแต่ในการผลิตข้าวโพดฝักอ่อนปัจจุบันซึ่งเป็นการผลิตเพื่ออุตสาหกรรมซึ่งต้องคำนึงถึงคุณภาพความสม่ำเสมอของผลผลิตและปัญหาค่าแรงงานการเก็บเกี่ยวสูงแล้วการใช้พันธุ์ลูกผสมก็มีความจะเป็นมากขึ้นด้วยดิน อุณหภูมิแสงแดด ที่เหมาะสม

การที่จะปลูกข้าวโพดฝักอ่อนให้ได้ผลดีนั้นควรปลูกในดินร่วนตั้งแต่ดินร่วนเหนียวและดินร่วนทรายพื้นที่ปลูกต้องเป็นดินที่ระบายน้ำดีเพราะข้าวโพดฝักอ่อน ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในดินเปียกแฉะและรำบายน้ำยาก ข้าวโพดฝักอ่อนสามารถปลูกได้ในสภาพดินที่มีปฏิกิริยาตั้งแต่พีเอช 5.5-7.0 และสามารถปลูกในดินที่เป็นกรดค่อนข้างจัดการเตรียมดิน:ขุดดินหรือพรวนดินให้ร่วนโปร่งและมีความลึก25เซนติเมตรและยกร่องเป็นลูกฟูกสูง25เซนติเมตรให้ร่องระบายน้ำได้ใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักตามที่หาได้เพื่อปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุยการปรับปรุงและบำรุงดินสำหรับข้าวโพดฝักอ่อนวิธีปลูก:โดยทั่วไปจะปลูกในหลุมที่ขุดเตรียมเอาไว้ก่อปลูก3วันควรรดน้ำให้ชุ่มเพื่อหลังจากปลูกแล้วจะทำให้เมล็ดงอกได้รับความชื้นพอดีและก่อนปลูกให้เอาปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองก้นหลุม1กะลามะพร้าว/หลุมเอาดินกลบบางๆหยอดเมล็ดหลุมละ4-5เมล็ด(เมล็ดควรทดสอบการงอกก่อนปลูก)ในกรณีนี้เมล็ดจะต้องมีการงอกไม่ต่ำกว่าร้อยละ90เอาดินกลบหนา1-2เซนติเมตรระยะปลูกและอัตราปลูก:ขึ้นอยู่กับปริมาณปุ๋ยที่ใส่ระยะปลูกที่เหมาะสมโดยทั่วๆไปใช้ 50*50 ให้ได้จำนวนต้นอ่อนที่ดี 3 ต้นต่อหลุมหนึ่งไร่ควรปลูกได้ 19000 ต้น การหยอดเมล็ดนั้นอาจจะใช้เครื่องหยอดเมล็ดซึ่งหยอดเมล็ดได้สะดวกประหยัดเวลาและสามารถควบคุมอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ได้สม่ำเสมอกว่าการใช้คนปลูกเมื่อเมล็ดงอกแล้ว 2 สัปดาห์หรือต้นข้าวโพดสูงประมาณ 1 คืบ ถอนต้นที่อ่อนแอออกเหลือต้นที่แข็งแรงไว้3ต้นต่อหลุมถ้าเป็นข้าวโพดฝักอ่อนชนิดพันธุ์ข้าวโพดหวานจะใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ3-5ต่อไร่ผลผลิตข้าวโพดฝักอ่อนจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆต่อไปนี้คือจำนวนต้นต่อพื้นที่พันธุ์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ปริมาณปุ๋ยที่ใส่และการให้น้ำ รวมไปถึงการดูแล ป้องกันไม่ให้โรคพืชและศัตรูพืชด้วย
การเพิ่มจำนวนต้นต่อพื้นที่มากจนเกินความพอดี อาจทำให้เกิดผลเสียต่างๆดังนี้
-น้ำหนักของฝักจะลดลง , ขนาดของฝักจะลดลงทั้งความยาวและความกว้าง
-ทำให้จำนวนฝักต่อต้นลดลง, ทำให้ปริมาณของต้นที่ไม่มีฝักมากขึ้น
-ทำให้ต้นล้มและเกิดโรคเน่าคอดินมากขึ้น ,ทำให้เจริญเติบโตช้าและต้นเตี้ยกว่าปกติ
การใส่ปุ๋ย:ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อข้าวโพดฝักอ่อนได้แก่ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสส่วนโปตัสเซียมนั้นสำคัญรองลงไปดังนั้นในท้องที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงปุ๋ยที่จะใช้ในการปลูกข้าวโพดฝักอ่อนนั้นไม่จำเป็นต้องใส่ครบทุกธาตุอาหาร แนวทางปฏิบัติในการใช้ปุ๋ย สรุปกว้างๆคือ ในพื้นที่ไร่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงต่ำ ควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ให้มาก1-2 ตันต่อไร่และใส่ปุ๋ยโบกาฉิ ในอัตรา 75-100 กก.ต่อไร่ รองก้นหลุมตอนปลูก
การให้น้ำ จะต้องเอาใจใส่ใกล้ชิด เพราะข้าวโพดฝักอ่อนจะเจริญเติบโตได้ดี มีฝักสมบูรณ์ พื้นดินที่ใช้ปลูกต้องมีความชื้นตลอดฤดูปลูกระมัดระวังอย่าให้ถึงกับแฉะ จะทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงัก การขาดน้ำหรือปล่อยให้ดินแห้งช่วงใดช่วงหนึ่งของการเจริญเติบโตจะทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงักเช่นกัน และมีผลกระทบถึงผลผลิตขนาดฝักอ่อนและคุณภาพของฝักการกำจัดวัชพืช:ข้าวโพดฝักอ่อนมีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นและแม้จะมีวัชพืชขึ้นอยู่บ้างแต่จะไม่ทำให้ผลผลิตลดลงไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงไปถอนออก การเก็บเกี่ยว : ข้าวโพดฝักอ่อนจะเก็บเกี่ยวได้หลังจากดึงช่อดอกตัวผู้แล้ว 3-5 วัน การเก็บเกี่ยวมีข้อพึงปฏิบัติดังนี้
-สังเกตจากไหมเริ่มโผล่พ้นปลายฝัก มีความยาว 1-2 ซม. จะเป็นช่วงที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวที่สุด
-เก็บเกี่ยวจากฝักบนสุดเป็นฝักแรกและฝักอื่นๆถัดต่ำตามลงมาการหักฝักควรหักให้ติดลำต้นไปด้วยเพราะจะทำให้มองเห็นต้นที่เก็บเกี่ยวแล้ว,เก็บเกี่ยวทุกวัน เพื่อไม่ให้ฝักแก่เกินไป
-ถ้าเกษตรกรใช้พันธุ์ใหม่ๆ ที่ยังไม่มีความชำนาญเนื่องจากพันธุ์ข้าวโพดฝักอ่อนแต่ละพันธุ์จะมีอายุแตกต่างกัน ตั้งแต่ 40-60 วัน เกษตรกรจึงควรเก็บตัวอย่างข้าวโพดที่มีไหมยาวแตกต่างกันมากรีดดูรูปร่างและขนาดของฝัก จะทำให้รู้ว่าควรเก็บฝักตอนที่ไหมยาวขนาดไหน
-การเก็บฝักเพื่อส่งออกในรูปผักสด ควรเก็บเกี่ยว 2 ฝักต่อต้นไม่ควรเก็บฝัก ที่ 3 เพราะส่วนใหญ่เป็นฝักไม่สมบูรณ์ ไม่ได้คุณภาพส่งออก การเก็บเกี่ยวข้าวโพดอ่อนในระยะเวลาถูกต้อง เป็นหัวใจสำคัญของการปลูกข้าวโพดฝักอ่อน หากเก็บเกี่ยวช้าไปไหมโผล่ยาวจากฝักมากจะได้ผักที่มีขนาดใหญ่เกินมาตรฐานตามความต้องการของโรงงานหรือผู่ส่งออกฝักสดซึ่งต้องทำการคัดออก

ขอบคุณที่มา narakonline

Facebook Comments
error: Content is protected !!